<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="0.92">
<channel>
	<title>COCONS ARCHITECTURE</title>
	<link>http://cocons.co.th/new</link>
	<description>ผู้ก่อสร้างที่ดี ควรรู้เรื่องออกแบบ ผู้ออกแบบที่ดี ควรรู้เรื่องก่อสร้าง</description>
	<lastBuildDate>Thu, 03 Jun 2010 05:43:13 +0000</lastBuildDate>
	<docs>http://backend.userland.com/rss092</docs>
	<language>en</language>
	<!-- generator="WordPress/3.0.1" -->

	<item>
		<title>สถาปนิกกับการ บริหารโครงการ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์</title>
		<description><![CDATA[สถาปนิกในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและการลงทุนมาก ซึ่งนอกจากอาศัยความรู้ ในงานสถาปัตยกรรมแล้ว ควรเป็นผู้ที่มีความรู้ด้านการตลาด ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐกิจ การเงินการลงทุน สนใจต่อสถาน การณ์แวดล้อมและยังต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการบริหารโครงการ (Project Management) หากกล่าวถึงการบริหารโครงการใน ธุรกิจก่อสร้างหรือธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึง ว่าจะต้องเป็นการทำงานเฉพาะวิชาชีพวิศวกรเท่านั้น แต่ก็ยังมีบางส่วน (ส่วนน้อย) ที่เป็นสถาปนิก การบริหารโครงการมิใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการควบคุมช่วงการก่อสร้างเพียงอย่างเดียว (Construction stage) แต่หากเป็นการบริหารของทุกช่วงงานของโครงการ (ช่วงสร้างช่วงขาย ช่วงโอน) สถาปนิกมักจะไม่ชอบงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารมากนักเพราะมักจะคิดว่าเป็น งานที่ไม่มีจินตนาการในการสร้างสรรค์งาน อีกอย่างหากเป็นงานที่ต้องเน้นเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจ และการลงทุนเป็นหลักก็มักคิดว่าเป็นงานที่ไม่สนุกและอาจหนักเกินไป ในความเป็นจริงงานการบริหารโครงการมิใช่เป็นงานที่ทำลายจินตนาการของสถาปนิก เลย เราสามารถใช้ ความคิดสร้างสรรค์ในงานได้แต่ต้องเพิ่มรายละเอียดและ เนื้องานมากขึ้นจากเดิม หน้าที่งานบริหารโครงการในธุรกิจ อสังหา ริมทรัพย์เป็นงานที่ท้าทายความสามารถของสถาปนิกเป็นอย่างมาก แทนที่จะรับแค่หน้าที่ออกแบบอย่างเดียว แต่ถ้าเรา สามารถบริหารจัดการได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มกำหนดโครงการ (Defining the Project) ช่วงวางแผน (Planning) ช่วงการปฎิบัติ โครงการ (Implementing) ช่วงปิดโครงการ ตลอดจนถึงจัดตั้งส่วนดูแลโครงการ(Property Management) สถาปนิกจะ รู้สึกว่างานบริหารโครงการเป็นงานที่ทำให้เกิดความภาคภูมิใจอีกงานหนึ่งที่ น่าลอง การบริหารโครงการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%9b%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ซ่อมบ้านหลังฝนตก</title>
		<description><![CDATA[ฝนที่เทกระหน่ำในช่วงฤดูฝน บางคนอาจเห็นว่าเป็นผลพลอยได้ที่จะได้ชะล้างสิ่งสกปรกที่อยู่บนหลังคา หรือล้างสีที่เปื้อนไปด้วยฝุ่นให้สะอาดเอี่ยม แต่ในทางตรงกันข้ามฝนได้ชะเอาความคงทนของวัสดุต่าง ๆ ไปพร้อม ๆ กันด้วย จนหลายบ้านต้อง  เตรียมการเพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัยหลังจากฤดูฝนผ่านพ้นไป นอกจากตรวจสอบรอยรั่วและสภาพ โดยรวมของหลังคาที่ผ่านฝนมาอย่างสาหัสตลอดฤดูกาลแล้ว รางน้ำที่รองรับน้ำที่ไหลลงมาก็จำเป็นต้องทำความสะอาดเพื่อล้างสิ่งสกปรกที่ อาจตกค้างอยู่ด้วย เพราะอาจมีเศษไม้และขยะต่าง ๆ ติดค้างอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ช่วยบังแดด แล้วก็ฉวยโอกาสตัดกิ่งไม้ที่อาจทำให้หลังคาเสียหายได้ไปด้วยกันเลยทีเดียว ขณะที่ส่วนของสีนั้นอาจจะเกิดอาการซีดจางหรือหลุดล่อนไม่สามารถเกาะกับพื้น ผิวได้ อันเนื่องมาจากความชื้นที่เกิดขึ้น ผนังที่ยังคงเก็บความชื้นไว้จะส่งผลทำให้สีที่ทาไว้หลุดล่อนได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นไม้หรือปูน ไม้ที่จะยืดและหดตัวตามสภาพอากาศ หากคิดจะซ่อมแซมเพื่อยืดอายุการใช้งาน จำเป็นจะต้องผ่านการผึ่งให้แห้งสนิทก่อนจะทาเคลือบผิวไม้เพื่อเพิ่มความคงทน แต่หากเป็นปูนรอยรั่วซึมที่ทำให้ผนังยิ่งเพิ่มความชื้น นอกจากจะต้องปิดรอยแยกเหล่านั้นแล้ว การใช้สีที่มีเนื้อเป็นฟิล์มและกันความชื้นได้จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพราะเนื้อสีที่มีความยืดหยุ่นสูงไม่เพียงปกปิดรอยร้าวเหล่านั้นได้เท่านั้น แต่ยังสามารถ ลดความชื้นที่จะเกิดขึ้นในฤดูฝนปีถัดไป   อีกด้วย เพียงแต่จะมีราคาค่อนข้างสูงกว่าเท่านั้น โดยต้องเตรียมพื้นผิวที่ดีก่อนทาสี เริ่มตั้งแต่ขัดลอกเอาสีเก่าออกให้มากที่สุด ล้างพื้นผิวด้วยตัวทำละลายให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้แห้งสนิทปราศจากฝุ่นผง แล้วจึงเริ่มต้นทาสีรองพื้นและทาสีทับหน้าตามขั้นตอน ส่วนพื้นด้านนอกหากเป็นซีเมนต์อย่างหยาบธรรมดา หน้าฝนที่ผ่านมาอาจมีตะไคร่น้ำเกาะจนเขียวครึ้ม ซึ่งนอกจาก    จะทำให้ลื่นเวลาเดินแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้ตะไคร่เหล่านั้นจะจับตัวแข็งก่อนจะหลุดล่อนหลังไม่มีน้ำฝนมา หล่อเลี้ยง และหากเป็นส่วนของกำแพงที่มีการทาสีไว้จะทำให้สีกระดำกระด่างและทรุดโทรม ก่อนเวลา ปัญหาเดียวกันนี้บางครั้งอาจเกิดบนสนามหญ้าในสวนของคุณด้วย หากเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ทางออกที่ช่วยไม่ให้เกิดปัญหารากเน่าของต้นไม้ใหญ่ไปพร้อม ๆ กันก็คือ การทำทางระบายน้ำออกจากสนาม และไม่ลืมที่จะกำจัดหญ้าแพรกส่วนเกินที่แทรกอยู่กับหญ้าที่ปูไว้เดิมด้วย [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/%e0%b8%8b%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%9d%e0%b8%99%e0%b8%95%e0%b8%81/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ข้อแนะนำในการออกแบบอาคาร</title>
		<description><![CDATA[อาคาร ประเภท โรงแรม ข้อแนะนำ นี้กรุงเทพมหานครจัดทำขึ้นเพื่อให้ความสะดวกกับเจ้าของอาคารหรือผู้ออกแบบ ได้มีความรู้ความเข้าใจกฎหมายควบคุม อาคารที่จะต้องใช้ในการออกแบบจะได้ไม่เกิดความผิดพลาด ทำให้เสียเวลาในการขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ซึ่งมีข้อแนะนำหลัก ๆ ดังต่อไปนี้ 1. ข้อพิจารณาเกี่ยวกับที่ดินที่จะใช้ก่อสร้าง 1.1 ตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณที่จะก่อสร้างว่าขัดผังเมืองรวม ของกรุงเทพมหานครตามกฎกระทรวงฉบับที่ 414 (พ.ศ. 2542) หรือ ไม่ 1.2 ตรวจสอบว่าในบริเวณดังกล่าวมีกฎกระทรวง , เทศบัญญัติ หรือข้อบัญญัติ กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง ใช้หรือเปลี่ยน การใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทหรือไม่ และอาคารที่ท่านจะก่อสร้าง มีข้อห้ามหรือหลักเกณฑ์อย่างไรบ้าง 1.3 ตรวจสอบว่าในบริเวณดังกล่าวมีกฎหมายของหน่วยราชการอื่นที่ห้ามก่อสร้างหรือ มีข้อกำหนดในการก่อสร้างอาคารนอกเหนือจาก พ.ร.บ.ควบคุมอาคารหรือไม่ เช่น บริเวณเขตปลอดภัยในราชการทหาร , บริเวณเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ , ข้อ กำหนดเงื่อนไข ในการปลูกสร้างอาคารริมเขตทางหลวง ฯลฯ สอบถามข้อมูลได้ที่ กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กทม 2 หรือสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร หรือสำนักงานเขต พื้นที่ 2. [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b9%81%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%99%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84/</link>
			</item>
	<item>
		<title>เปิดตำรา&#8230;พลิกโฉมห้องแถวกลางเมือง</title>
		<description><![CDATA[สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอจุดประกายความคิดให้เจ้าของอาคารมีแนวทางในการตกแต่งอาคารพาณิชย์ให้น่า อยู่ ตึกแถวหรืออาคารพาณิชย์ที่แออัด เป็นจำนวนมากในทุกทำเลของกรุงเทพฯ อาจเป็นมลภาวะทางสายตาให้กับคนส่วนใหญ่ บางแห่งเป็นตึกเก่าที่มีมาแต่สมัยโบราณ แลดูเสื่อมโทรมจนไม่น่ามองเท่าใดนัก โดยเฉพาะในทำเลใจกลางเมือง อาทิ บริเวณสยามแสควร์ที่ถือว่าเป็นแหล่งรวมตึกแถวที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด แห่งหนึ่ง แต่คงจะดีกว่านี้หากตึกแถวเหล่านี้ได้รับการบำรุงดูแลให้น่าอยู่และน่า มองมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่มองข้ามในเรื่องนี้ และยังนับเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของสถาปนิกในการออกแนวคิดปรับปรุงอาคารเก่า ให้เป็นระเบียบมากขึ้น เพราะอาคารพาณิชย์ต่างๆ ในเมืองนับเป็นทรัพยากรต้นทุนของเมืองที่มีอยู่จำนวนมาก สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ขอจุดประกายความคิดให้เจ้าของอาคารมีแนวทางในการตกแต่งอาคารพาณิชย์ให้น่า อยู่ โดยดร. ดาวิษี บุญธรรม อาจารย์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาการวางผังเมืองและสภาพแวดล้อม  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวให้ความเห็นว่า ปัจจัยที่ทำให้มีจำนวนตึกแถวเกิดขึ้นมาก เพราะสามารถขออนุญาตก่อสร้างง่าย ไม่ต้องให้สถาปนิกเซ็นแบบก็สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ แต่เป็นอาคารที่ทำให้บริเวณนั้นเป็นแหล่งรวมทางการค้าแบบประหยัดเนื้อที่ สามารถใช้ด้านล่างทำธุรกิจ และใช้ด้านบนเป็นที่อยู่อาศัย แต่ตึกแถวมักจะเป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดปัญหาสภาวะแวดล้อมเสื่อมโทรม หากขาดการดูแลเอาใจใส่ ไม่มีที่เปิดโล่ง ผู้อยู่อาศัยขาดความร่วมมือที่จะสร้างสรรค์ให้บริเวณห้องแถวของตนน่าอยู่ จึงทำให้อาคารเก่าเร็วและเกิดปัญหาทางด้านทัศนียภาพที่ไม่น่ามอง &#8220;สถาปนิกส่วนใหญ่มักคิดว่าห้องแถวเป็นอะไรที่ดัดแปลงได้ยาก เพราะมีรูปแบบของตึกที่เหมือนๆ กัน คือ ขนาด     12 x 4 มีแบบบันไดอยู่กลางตัวตึกหรือแบบบันไดอยู่หลังตึก ดูเหมือนจะไม่ค่อยน่าสนใจนัก แต่ความจริงแล้ว ในตึกแถวเช่นนี้ [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/rowshop/</link>
			</item>
	<item>
		<title>สีดีปีเสือ</title>
		<description><![CDATA[สี เป็นหนึ่งสิ่งที่ช่วยแต่งแต้มสร้างสรรค์โลกให้สวยงาม ไม่ว่าจะเป็นงานศิลปะ ภาพถ่าย กราฟฟิกต่างๆ ใช้สีเป็นตัวบอกเล่าเรื่องราวในงานชิ้นนั้น ไม่เพียงแต่ &#8220;ความงาม&#8221; เท่านั้นที่สีมอบให้แก่โลกใบนี้ สียังช่วยสร้างอารมณ์ ความเชื่อ จิตวิญญาณ การจดจำ เป็นต้น ให้แก่เราอีกด้วย สียังมีส่วนช่วยสร้างอัตลักษณ์ใน ทุกวงการ ในทางธุรกิจหากเราพูดถึงมือถือสีฟ้า เราจะนึกถึง Dtac ถ้ามือถือน้ำเงินเราจะนึกถึง AIS หรือถ้าเป็นรถยนต์สีขาว เป็นใครไปไม่ได้นอกจากค่าย Honda เพราะระยะหลังโฆษณาทุกตัวของฮอนด้าใช้รถยนต์สีขาวเป็นหลัก ส่วนถ้ารถยนต์สีเขียววัยรุ่นหน่อยต้องนึกถึง เป้ เสลอ กับ mazda 2 ทันที จะว่าไป mazda เป็นค่ายญี่ปุ่นที่มีความเชื่อทางด้านตะวันออกสูงมาก ถ้าจำบทความเก่าๆ มีครั้งหนึ่งผมเคยเขียนถึง mazda bt 50 รถกระบะสไสด์ Zoom Zoom หนังโฆษณาชุดนี้จะเป็นรถกระบะแข่งกับพญานาค ให้อารมณ์ความเป็นไทยสูง อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญว่าปีนั้นยังเป็นปีที่ดาวเสาร์อยู่ในราศีสิงห์เป็น เกษตร แปลว่า สมบูรณ์ ดาวเสาร์นี่เองเป็นตัวแทนของ &#8220;พญานาค&#8221; พอปีนี้ Mazda 2 [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/tigeryear/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการ ซื้อขายที่ดิน</title>
		<description><![CDATA[การซื้อขายที่ดินมีภาษีและค่าธรรมเนียมอะไรบ้างที่ต้องชำระให้แก่หน่วย งานราชการ เพราะหลายๆ ครั้งต้องเสียภาษีเป็นจำสวนเงินที่สูง และเมื่อไม่ได้มีการตกลงกันไว้กับคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งก่อนแล้วว่า ใครมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนใด ส่วนใหญ่กฎหมายก็จะกำหนดให้ต้องรับผิดชอบในสัดส่วนที่เท่ากัน ซึ่งในบางกรณีก็มีจำนวนเงินสูงเป็นหลายๆ ล้านบาท เช่นกัน ดังนั้น บทความของผมในฉบับนี้ จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายที่ดิน เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบไว้เป็นแนวทางในการคำนวณและพิจารณาหากต้อง เจรจาเงื่อนไขต่างๆ ในการซื้อขายที่ดินครั้งต่อไป ภาษีและค่าธรรมเนียมในการซื้อขายที่ดินแบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ ซึ่งได้แก่ ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปเสียค่าธรรมเนียมร้อยละ 2 ของราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย (แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า) โดยไม่มีอัตราขั้นสูงกำหนดไว้ซึ่งก็หมายความว่ายิ่งท่านซื้อขายที่ดินที่มี มูลค่ามากเท่าใด ค่าธรรมเนียมที่ท่านจะต้องชำระก็สูงขึ้นเท่านั้น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ผู้ขายซึ่งถือเป็นผู้มีเงินได้จากการขายที่ดินจะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายซึ่งเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจะทำการเรียกเก็บค่าภาษีหัก ณ ที่จ่ายขณะที่ทำการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้นในอัตราดังต่อไปนี้ หากผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะคำนวณจากราคาซื้อขายโดยมีสิทธิหักค่าใช้จ่ายเหมาได้ตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดและเงินที่ได้พึงประเมินที่เหลือจะคำนวณหักตามอัตราภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดา (อัตราก้าวหน้า) หากผู้ขายเป็นนิติบุคคล (ห้างหุ้นส่วน, บริษัท) ภาษีหัก ณ ที่จ่ายจะเรียกเก็บในอัตราร้อยละ 1 ของราคาซื้อขาย (หรือราคาประเมินแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า) ภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้ขายมีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะในอัตราร้อยละ [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/tax/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ห้องพระอยู่ชั้นล่างได้ หรือไม่</title>
		<description><![CDATA[โดย ศุภวิศวร์ ปัญญาสกุลวงศ์ การ นำสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาไว้ชั้นล่างจะต้องระมัดระวังในการวางตำแหน่งห้องพระ  เพราะจะหาตำแหน่งค่อนข้างยากเนื่องจากบริเวณชั้นล่างจะ พลุกพล่านมีการเดินเข้าเดินออก  มีกิจกรรมมากมาย  ดูทีวี  ทำอาหาร พูดคุย  หามุมสงบๆ  แทบจะไม่ได้ ห้องพระควรเป็นบริเวณที่ มีความสงบ การทำ ห้องพระชั้นล่างจะต้องพิจารณาถึงพื้นที่ชั้นบนที่ตรงกับห้องพระด้วย ถ้าเป็นห้องส้วมหรือห้องนอนอยู่เหนือห้องพระ  ซึ่ง ถือเป็นการไม่สมควร  จะต้องหาห้องที่ว่างหรือไม่มีคน อยู่จะดีที่สุด  เช่น  ตรงกับ ห้องโถงระเบียงชั้นบน เป็นต้น การทำห้องพระชั้นล่างสามารถทำได้อีกทางหนึ่งคือ  การ แยกส่วนของห้องพระออกจากตัวบ้าน ซึ่งผลกระทบจากชั้นบนก็จะไม่มี กรณี ของการวางหิ้งพระในบ้านหลักการก็เช่นเดียวกับห้องพระ  แต่ การเลือกตำแหน่งจะง่ายกว่าเพราะพื้นที่ไม่มากเท่าห้องพระ จุดที่ เหมาะในการวางหิ้งพระชั้นล่าง  ส่วนใหญ่นิยมวางใน ห้องรับแขกส่วนหน้าบ้านมากกว่าจะตั้งหิ้งไว้หลังบ้าน  เพราะ ในตำราฮวงจุ้ยบอกเอาไว้ว่า เวลาเดินเข้าบ้านจะต้องเห็นสิ่งที่เป็นมงคลก่อน การเดินเข้าบ้านแล้วมองเห็นพระหรือสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ย่อมทำให้เจ้าของบ้านรู้สึกดีกว่าเห็นอย่างอื่น  การวางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในลักษณะที่ตรงกับทางเข้าบ้าน  จะต้องไม่วางมากจนเกินความเหมาะสม เพราะจะเข้าข่ายผิดฮวงจุ้ย ถ้าพระหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีมาก พลังของสิ่งศักดิ์สิทธ์ซึ่งเป็นพลังอิม(หยิน) จะมีมากด้วย  ซึ่งจะสกัดโชคลาภไม่ให้เข้าบ้านได้  หรือ อีกนัยหนึ่ง บ้านจะดูคล้ายโบสถ์ ซึ่งเป็นที่ทำกิจกรรมของสงฆ์ ไม่ใช่ที่อยู่ของคนธรรมดา เพราะฉะนั้นอย่าวางพระมาก  ถ้า [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/shineroom/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ผู้รับเหมาฯ คือ ผู้ร้าย?</title>
		<description><![CDATA[ผู้ร้ายในวงการก่อสร้าง อย่างนั้นหรือ นานมาแล้วคำๆ นี้ทำให้วงการก่อสร้างในบ้านเราต้องพบกับวิบากกรรมอย่างมากมาย ซึ่งเกิดจากผู้รับเหมาฯ ที่ไม่มีจรรยาบรรณและรับผิดชอบ ผู้รับเหมาบางราย มาจากช่าง หรือกรรมกรรายวัน แล้วสถาปนาตัวเองเป็นผู้รับเหมาฯ รับงานทั่วไป ทำงานก่อสร้างด้วยความเคยชิน ไม่พื้นความรู้ทางด้านวิศวกรรม หรือสถาปัตยกรรม แต่ประการใด ทิ้งงานกลางคัน ไร้ความรับผิดชอบ หลบสเปค ใช้วัสดุราคาถูก หรือไม่ได้มาตราฐาน มีแบบ แต่ไม่ทำตามแบบ ทำตามที่ตัวเองถนัดและเคยทำ อะไรไม่เคยทำก็ทำไม่เป็นซะงั้น ที่แย่กว่านั้นคือทำไปโดยไม่มีแบบ ถ้ามันจะพังก็ไม่เป็นไร เพราะไม่ได้อยู่ ผู้ว่าจ้างมีปัญหา สอบถามด้านเทคนิค ก็ตอบไปแบบข้างๆ คูๆ งูๆ ปลาๆ บางทีถึงกับ แบะๆ (เซ็งแพะ) มักอ้างตลอดเวลาว่าทำที่นั่นที่นี่มา แต่ไม่เคยบอกว่าทำอะไร ตรงใหน เสร็จหรือไม่ ผู้ว่าจ้างอยากได้อย่างหนึ่งก็บอกว่าไม่ดี แต่ไม่มีคำแนะนำที่ถูกหลักวิชาการ อ้างนู่น อ้างนี่ ชักแม่น้ำอยู่นั่น ทำไม่ได้ก็บอกไม่เสียเชิงอะไร ไม่มีใครทำได้ทุกอย่าง ถ้าทำไม่ได้ ผู้ว่าจ้างจะได้หาผู้ชำนาญด้านนั้นมาทำ ไม่เสียประโยชน์กับใครสักหน่อย กลัวเสียหน้าอย่างเดียว แค่เป็นนายหน้าหางาน แล้วไปหาจ้างผู้รับเหมาฯ ช่วงมาทำงาน กินส่วนต่างกำไร [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/badcontrator/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ระบบรับน้ำหนัก อาคารบล็อกประสาน</title>
		<description><![CDATA[ขอขอบคุณต้นเรื่องจาก&#8230; ฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ ( ฝนว .) วุฒินัย กกกำแหง เทคโนโลยีบล็อกประสาน วว . เพื่อการสร้างอาคารราคาประหยัด ระบบผนังรับน้ำหนัก (Bearing Wall) ผนัง รับน้ำหนักเป็นระบบการก่อสร้างรูปแบบหนึ่งในหลายๆรูปแบบที่มีใช้กันใน ปัจจุบัน ระบบผนังรับน้ำหนักจะใช้ตัวผนังเป็นทั้งตัวกันห้อง และเป็นชิ้นส่วนที่ใช้รับกำลังในแนวดิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นกับอาคารทั้ง แรงลม น้ำหนักบรรทุกจร น้ำหนักบรรทุกตายตัว ฯลฯ ความแตกต่างกันนี้ทำให้การออกแบบโครงสร้างต่างๆตลอดจนขั้นตอนการก่อสร้างมี ความแตกต่างกันกับระบบโครงสร้างเสาคานที่พบเห็นกันอยู่ทั่วๆไป อาคารระบบผนังรับน้ำหนักคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารในรูปแบบเสาคาน ข้อแตกต่างระหว่างระบบโครงสร้างผนังรับน้ำหนัก และระบบเสาคานทั่วๆไป การถ่ายน้ำหนัก สิ่ง ที่แตกต่างกันอย่างมากในระบบโครงสร้างทั้งสองแบบนี้คือ การถ่ายแรง หรือน้ำหนักต่างๆที่กระทำในอาคาร และแรงภายนอกที่มากระทำต่ออาคาร ในระบบเสาคานทั่วๆไปน้ำหนักต่างๆภายในอาคารจะถ่ายลงสู่คาน และคานจะถ่ายน้ำหนักลงสู่เสา จากเสาถ่ายน้ำหนักลงสู่ฐานราก แต่ ในกรณีของระบบผนังรับน้ำหนัก แรงทั้งหมดจะถ่ายลงสู่ก้อนบล็อก จากนั้นบล็อกแต่ละก้อนก็จะถ่ายน้ำหนักไล่กันลงมาเรื่อยๆตามลำดับชั้นจากบนลง ล่าง จนกระทั่งมาถึงในส่วนของฐานราก ซึ่ง จะเห็นได้ว่าในระบบโครงสร้างแบบเสาคาน ตัวผนังจะไม่มีส่วนในการรับกำลังใดๆ จะมีหน้าที่ก็คือเป็นวัสดุที่ใช้ในการกั้นห้องแต่ในกรณีของระบบผนังรับ น้ำหนัก ตัวผนังจะเป็นทั้งวัสดุกั้นห้อง และเป็นส่วนโครงสร้างรับแรงกระทำของอาคารด้วยดังนั้นวัสดุที่นำมาใช้ก่อ สร้างในระบบผนังรับน้ำหนักต้องมีความแข็งแรงสูงมากพอที่จะรับแรงกระทำต่างๆ ได้ และการยึดต่อชิ้นส่วนต่างๆ และรอยต่อ [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b9%87/</link>
			</item>
	<item>
		<title>ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับบล็อกประสาน</title>
		<description><![CDATA[ขอขอบคุณต้นเรื่องจาก&#8230;. ฝ่ายนวัตกรรมวัสดุ ( ฝนว .) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย เทคโนโลยีบล็อกประสาน วว . เพื่อการสร้างอาคารราคาประหยัด บล็อกประสานคืออะไร บล็อก ประสานคือ วัสดุก่อรับน้ำหนักที่ได้ทำการพัฒนารูปแบบให้มีรู และเดือยบนตัวบล็อก เพื่อให้สะดวกในการก่อสร้าง โดยเน้นการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ ได้แก่ ดินลูกรัง หินฝุ่น ทราย หรือวัสดุเหลือทิ้งต่างๆที่มีความเหมาะสม นำมาผสมกับปูนซีเมนต์ และน้ำในสัดส่วนที่เหมาะสม อัดเป็นก้อนด้วยเครื่องอัดแล้วนำมาบ่ม ให้บล็อกแข็งตัวประมาณ 10 วัน จะได้คอนกรีตบล็อกที่มีความแข็งแกร่ง มีรูปลักษณะพิเศษ ที่สามารถใช้ในการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ หรือก่อเป็นถังเก็บน้ำได้อย่างรวดเร็ว สวยงาม และประหยัดกว่างานก่อสร้างทั่วไป บล็อกประสานแบ่งการใช้งานเป็น 2 ประเภท เพื่อให้เหมาะกับการใช้งาน 1. บล็อกตรงหรือทรงสี่เหลี่ยมใช้สำหรับก่อสร้างอาคาร ขนาดเต็มก้อน 12.5x25x10 ซ.ม. 2. บล็อกโค้งใช้สำหรับก่อสร้างถังเก็บน้ำ ขนาด 15 x 30 x 10 ซ.ม. วัตถุดิบที่เหมาะสมสำหรับทำบล็อกประสาน วัตถุ [...]]]></description>
		<link>http://cocons.co.th/new/index.php/basicclayblock/</link>
			</item>
</channel>
</rss>
